บทความทางวิชาการ
บทความทางวิชาการ
เรื่อง กล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว
ระบบการเคลื่อนไหวและกล้ามเนื้อ
ระบบการเคลื่อนไหวของร่างกายอาศัยการทำงานของ กล้ามเนื้อลายเป็นตัวออกแรงทำงาน โดยอาศัยกระดูกเป็นคาน และข้อต่อเป็นจุดหมุน (fulcrum) กล้ามเนื้อในร่างกายมีอยู่ ๓ ชนิด คือ
๑. กล้ามเนื้อลาย
๒. กล้ามเนื้อเรียบ
๓. กล้ามเนื้อหัวใจ
การทำงานของกล้ามเนื้อคือการหดตัวและได้แรงงาน ออกมา โดยทั่วไปกล้ามเนื้อลายทำงานโดยการดึงกระดูกให้ เคลื่อนที่เชิงมุม (angular motion) โดยมีข้อต่อเป็นจุดหมุน นอกจาก กล้ามเนื้อของลิ้นซึ่งทำงานเคลื่อนที่ทางตรง (linear motion) ได้
ระบบการเคลื่อนไหวของร่างกายอาศัยการทำงานของ กล้ามเนื้อลายเป็นตัวออกแรงทำงาน โดยอาศัยกระดูกเป็นคาน และข้อต่อเป็นจุดหมุน (fulcrum) กล้ามเนื้อในร่างกายมีอยู่ ๓ ชนิด คือ
๑. กล้ามเนื้อลาย
๒. กล้ามเนื้อเรียบ
๓. กล้ามเนื้อหัวใจ
การทำงานของกล้ามเนื้อคือการหดตัวและได้แรงงาน ออกมา โดยทั่วไปกล้ามเนื้อลายทำงานโดยการดึงกระดูกให้ เคลื่อนที่เชิงมุม (angular motion) โดยมีข้อต่อเป็นจุดหมุน นอกจาก กล้ามเนื้อของลิ้นซึ่งทำงานเคลื่อนที่ทางตรง (linear motion) ได้
ลักษณะกล้ามเนื้อในร่างกาย
(ก) กล้ามเนื้อหัวใจ
(ข) กล้ามเนื้อเรียบ
(ค) กล้ามเนื้อลาย
งานที่ได้จากกล้ามเนื้อลาย = แรงดึง x ระยะทาง ส่วนกล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อหัวใจประกอบเป็นผนัง ของอวัยวะกลาง งานที่ทำได้จึงเกิดจากการเปลี่ยนความดันและ ปริมาตรเป็นส่วนใหญ่
กล้าม เนื้อ ลาย
นับ ได้ ว่า เป็น อวัยวะ ที่ ใหญ่ ที่ สุด และ มี อยู่ ถึง ร้อย ละ ๔๐ ของ น้ำ หนัก ตัว กล้าม เนื้อ ทั้ง มัด ประกอบ ด้วย หลาย มัด ย่อย (bundle) และ แต่ ละ มัด ย่อย ประกอบ ด้วย ใย (fiber) ใย กล้าม เนื้อ มี ขนาด ประมาณ ๖๐ ไมครอน และมีความ ยาว ตั้ง แต่ ๒-๑๐ เซนติเมตร แต่ ละ ใย ประกอบ ด้วย ใย ฝอย (fibrill) ซึ่ง มี ขนาด ประมาณ ๑ ไมครอน แต่ ละ ใย ฝอย ประกอบ ด้วยไมโอฟิ ลาเ มนท์ (myofilament) อัน เป็น หน่วย เล็ก ที่ สุด ของ กล้าม เนื้อ ที่ ทำ งาน ซึ่ง ประกอบด้วย แอ็ คติน (actin) และไม โอ ซิน (myosin) แอ็ คติน เป็น เส้น บาง ยาว ๑ ไมครอน และ หนา ๕๐ อังสตรอม ส่วนไม โอ ซิน ยาว ๑.๕ ไมครอน และหนา ๑๐๐ อังสตรอม
นับ
กล ไก การ ทำ งาน
กล้าม เนื้อ ลาย เป็น อวัยวะ ใหญ่ ใน การ ทำ งาน ต้อง ได้ รับ คำ สั่ง มา จาก ระบบ ประสาท กลาง และ เพื่อ ให้ การ แผ่ คำ สั่ง ไปได้กว้าง ขวาง และ รวด เร็ว จึงต้อง อาศัย การ เปลี่ยน แปลง ทาง ไฟฟ้า ทั้ง การ ทำ งาน ต้อง อาศัย พลัง งาน อย่างมาก ฉะนั้นการเปลี่ยน แปลง ทาง เคมี จึง มี ความ สำคัญ ไม่ น้อย หลัง จาก นั้น จึงมี การ เปลี่ยน แปลง ทาง โครง สร้าง แล้ว จึง ตามด้วยการ เปลี่ยน แปลง เชิง กล อย่าง ไร ก็ ดี การ เปลี่ยน แปลง ต่างๆ ไม่ ได้ เป็น ไป ตาม ลำ ดับ ขั้น ที่ เดียว มีการเหลื่อมล้ำกัน บ้าง
การ เปลี่ยน แปลง ทาง ไฟฟ้า
เมื่อ มี "ข่าว" หรือ "คำ สั่ง" ผ่าน จุด ประสาน ระหว่าง ประสาทกับ กล้าม เนื้อ จะ มี การ ดี โป ลา ไรซ์ ที่ เยื่อ หุ้ม กล้าม เนื้อ แล้ว แผ่ไป ตาม เยื่อ หุ้ม กล้าม เนื้อ ด้วย ความ เร็ว ประมาณ ๕ เมตร/วินาที เยื่อ หุ้ม กล้าม เนื้อ มี ศักย์ ไฟฟ้า ใน ภาวะ ปกติ เช่นเดียวกับ ประสาท คือ ภาย ใน เป็น ลบ มาก กว่า ภาย นอก ๗๐ มิล ลิ โวลท์ มี ข้อ แตก ต่าง อย่าง หนึ่ง คือ ความ จุ ไฟฟ้า ของเยื่อ หุ้ม กล้าม เนื้อ สูง กว่า ประมาณ ๕ ไมโครฟา รัด/ตา ราง เซนติเมตร (ประสาท มี เพียง ๒ ไมโครฟารัด/ตารางเซนติเมตร) ค่า ที่ สูง กว่า เนื่อง มา จาก ซาร์ โค พลาส มิกเ รติ คูลัม (sarcoplasmic reticulum) ซึ่ง มีหลอด ฝอย (transverse tubule) ติด ต่อ กับ พื้น หน้า ของ เยื่อ หุ้ม เมื่อ คลื่น ดี โป ลา ไรซ์ แผ่ ถึง หลอด ฝอย นี้ จะ ดีโปลาไรซ์แล้ว ปล่อย แคลเซียม ไอออน ออก มา จาก นั้น ก็ เข้า สู่ การ เปลี่ยน แปลง ทาง เคมี
การ เปลี่ยน แปลง ทาง เคมี
การ เปลี่ยน แปลง ทาง เคมี ใน กล้าม เนื้อ อาจ แบ่ง ได้ ๒ อย่าง คือ
ก) การ เปลี่ยน แปลง ทาง เคมี ที่ เกี่ยว กับ การ หด ตัว สาร เคมี ที่ สำคัญ ใน กล้าม เนื้อ ที่ เกี่ยว ข้อง กับ การ หด ตัว คือ โปรตีนการ หด ตัว (contractile protein) มี อยู่ ๓ ชนิด คือ
กล้าม
การ
เมื่อ
การ
การ
ก) การ
ข) การ เปลี่ยน แปลง ทาง เคมี ที่ เกี่ยว กับ การ ใช้ พลัง งาน
๑) อะ ดี โน ซีน ไตรฟอสฟา เทส เป็น สาร ที่ จำ เป็น สำหรับ การ หด ตัว ของ กล้าม เนื้อ และ ให้ พลัง งาน มาก แต่ มี เก็บ ไว้ ใน กล้าม เนื้อ น้อย มาก มี เพียง ๓ มิล ลิโ มล ต่อ กล้าม เนื้อ หนึ่ง กิโลกรัม และ ใช้ สำหรับ การ หด ตัว ของ กล้าม เนื้อ ได้ เพียง ๘ ครั้ง เท่า นั้น ๒) ค รี เอ ตีน ฟอสเฟต (creatine phosphate) เป็น แหล่ง สะ สม พลัง งาน ใน กล้าม เนื้อ ที่ สามารถ นำ ออก มา ใช้ ได้ ทัน ที เปรียบ เทียบ ได้ กับ แบต เ ตอ รี่ ที่ เก็บ ไฟฟ้า ของ ระบบ เครื่อง ยนต์ค รี เอ ตีน ฟอสเฟต มี อยู่ ใน กล้าม เนื้อ ๒๐ มิล ลิโ มล/กิโลกรัม ซึ่ง ทำ ให้ กล้าม เนื้อ หด ตัว ได้ ประมาณ ๑๐๐ ครั้ง ๓) ไกล โค เจน ใน กล้าม เนื้อ เป็น ต้น ตอ ที่ สำคัญ ของ พลัง งาน ที่ กล้าม เนื้อ ใช้ มี อยู่ ถึง ๑๐๐ มิล ลิโ มล/กิโลกรัม (ของ น้ำ ตาลเฮ็ก โซส) ซึ่ง กล้าม เนื้อ สามารถ ใช้ หด ตัว ได้ ถึง ๒๐,๐๐๐ ครั้ง
การ สลาย ไกล โค เจน เพื่อ ให้ ได้ พลัง งาน มา นั้น มี ๒ วิธี ด้วย กัน คือ
ก. การ สลาย โดย ไม่ ใช้ ออกซิเจน (anaerobicglycolysis) ข. การ สลาย โดย ไม่ ใช้ ออกซิเจน ไกล โค เจน จะ สลาย เป็น คาร์บอนได ออกไซด์ และ น้ำ ทำ ให้ ได้ พลัง งาน มาก มาย จาก การ ทด ลอง ถ้า ให้ กล้าม เนื้อ ทำ งาน ใน ที่ ไม่ มี ออกซิเจน จะ ทำ งาน ได้ น้อย คือ หด ตัว ได้ เพียง ๖๐๐ ครั้ง เท่า นั้น
การ
การ เปลี่ยน แปลง ทาง โครง สร้าง
เมื่ออะ ดี โน ซีน ไตรฟอสฟา เทส สลาย ให้ พลัง งาน ออก มา จะ ไป เร่งปฎิกิริยา เคมี ทำ ให้ เส้น ใย ชนิด หนา และ เส้น ใย ชนิด บาง ซึ่ง ประสาน กัน อยู่ เลื่อน เข้าไป หา กัน จึง ทำ ให้ กล้าม เนื้อ สั้น เข้า ไป
การ เปลี่ยน แปลง เชิง กล
เมื่อ กล้าม เนื้อ มี การ เปลี่ยน แปลง ตาม ลำ ดับ ขั้น จน ถึง มี การ เปลี่ยน แปลงเชิง กล คือ การ หด ตัว ใน การ ทด ลอง ถ้า ตัด กล้ามเนื้อ ออก มา แล้ว ทำ การก ระ ตุ้น เพื่อ บัน ทึก ความ ยาว หรือ ความ ตึง ของ กล้าม เนื้อ โดย บัน ทึก คลื่น กล้าม เนื้อ (myogram) เปรียบ เทียบ ความ สัมพันธ์ กับ ศักย์ ไฟฟ้า ของ กล้าม เนื้อ ที่ เกิด ขึ้น ด้วย จะ เห็น ว่า ศักย์ ไฟฟ้า ของ กล้าม เนื้อ เกิด ขึ้น ก่อน การ เปลี่ยน แปลง เชิง กล เมื่อ กระตุ้น กล้าม เนื้อ จะ ต้อง ใช้ เวลา จำนวน หนึ่ง ก่อน ที่ จะ มี การ เปลี่ยน แปลง ใน ความ ยาว หรือ ความ ตึง เรียก ว่า ระยะ แฝง (latency period) ซึ่ง กิน เวลา ประมาณ ๑๐ มิล ลิ เสค จึง เข้า สู่ ระยะ หด ตัว (contraction period) และ ระยะ คลาย ตัว (relaxation period) ซึ่ง กิน เวลา ประมาณ ๔๐ และ ๕๐ มิล ลิ เสค ตาม ลำ ดับ
ชนิด ของ การ หด ตัว เชิง กล
การ หด ตัว เชิง กล อาจ แบ่ง ได้ เป็น ๒ อย่าง คือ
๑) การ หด ตัว แบบ ไอ โซ เมตริก (isometric contraction) การ หด ตัว ชนิด นี้ ความ ยาว ของ กล้าม เนื้อ คง ที่ แต่ ความ ตึง เปลี่ยน ไป
๒) การ หด ตัว แบบ ไอ โซ โท นิก (istotnic contraction) การ หด ตัว ชนิด นี้ ความ ตึง ของ กล้าม เนื้อ คง ที่ แต่ ความ ยาว เปลี่ยน ไป
อาจ ช่วย ให้ เข้า ใจ การ ทำ งาน ทั้ง สอง ชนิด นี้ ได้ โดย คิด ถึง การ ทำ งานของ กล้าม เนื้อ ใน ร่าง กาย จริงๆ เมื่อ ใช้ มือ ขวา ยก น้ำหนัก โดย พยายามใช้ กล้าม เนื้อไบ เซพส์ (biceps) ออก แรง ดึง เพื่อ ให้ ข้อ ศอก งอ ใน ระยะแรก ที่ แรง ของ กล้าม เนื้อ น้อยกว่า น้ำ หนัก ของ วัตถุ จะ ยัง ยก วัตถุ ไม่ ขึ้น ความยาว ของ กล้าม เนื้อไบ เซลล์ จะ ไม่ เปลี่ยน แต่ ความ ตึง จะ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ การ ทำงาน ของ กล้าม เนื้อ ใน ระยะ นี้ จะ เป็น ชนิดไอ โซ เมตริก ต่อ มา เมื่อ แรง ดึงของ กล้าม เนื้อ มาก กว่า น้ำ หนัก ของ วัตถุ แขน จะ งอ และ ยก น้ำ หนัก ขึ้น กล้าม เนื้อ จะ สั้น เข้า การ หด ตัว ใน ระยะ นี้ เป็น ชนิด ไอ โซ โท นิก ฉะนั้น การ ทำ งาน ของ กล้าม เนื้อ ใน ร่าง กาย ส่วน ใหญ่ มัก จะ มี การ ทำ งาน ทั้ง สอง ชนิด นี้ ร่วม กัน นอก จาก การ ทำ งาน บาง ระยะ ที่ มี การ หด ตัว เพียง ชนิด เดียว
หน่วย ยนต์ (motor unit)
กล้าม เนื้อ ใน ร่าง กาย มี การ ทำ งาน เป็น หน่วย หน่วย เล็ก ที่ สุด ที่ จะ ทำงาน ได้ เรียก ว่า หน่วย ยนต์ ซึ่ง ประกอบ ด้วย ประสาทยนต์ หนึ่ง เส้น กับ ใย กล้ามเนื้อ จำนวน หนึ่ง ซึ่ง เลี้ยง ด้วย ใย ประสาท ยนต์ นั้น (ใน ร่าง กาย มนุษย์ มี กล้าม เนื้อ ๒.๗ x ๑๐ ยก กำลัง ๘ ใย และ มี ประสาท ยนต์ ประมาณ สี่ แสน เส้น) ขนาด ของหน่วย ยนต์ แตก ต่าง กัน ตาม ตำแหน่ง และ งาน ที่กล้าม เนื้อ ต้อง ทำ กล้าม เนื้อ ที่ต้อง ทำ งาน ละเอียด เช่น กล้าม เนื้อ ลูก ตา หน่วย ยนต์ ประกอบ ด้วย กล้าม เนื้อ เพียง ๔-๕ ใย แต่ ถ้า เป็น กล้าม เนื้อ มัด ใหญ่ ที่ ไม่ ต้อง ทำ งาน ละเอียด จะ มี ใยกล้าม เนื้อ หลาย ร้อย หรือ เป็น พัน ใย เช่น กล้าม เนื้อ น่อง (gastrocnemius) จะ มี ใย กล้าม เนื้อ ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐ ใย
เมื่ออะ
การ
เมื่อ
ชนิด
การ
๑) การ
๒) การ
อาจ
หน่วย
กล้าม
งาน ของ กล้าม เนื้อ ลาย กล้าม เนื้อ ลาย ใน ร่าง กาย สามารถ ออก แรง ดึง ได้ มาก เช่น กล้าม เนื้อ ใน ร่าง กาย ซึ่ง มี ถึง ๒.๗ x ๑๐ ยก กำลัง ๘ ใย สามารถ ดึง น้ำ หนัก ได้ รวม กัน ถึง๒๕ ตัน หรือ กล้าม เนื้อ น่อง ขณะ วิ่ง จะ ยก น้ำ หนัก ได้ ถึง ๖ เท่า ของ น้ำ หนัก ตัว
| การทำงานของกล้ามเนื้อไบเซพส์และไตรเซพส์ เมื่อเหยียดแขนกล้ามเนื้อไตรเซพส์จะหดตัว ส่วนกล้ามเนื้อไบเซพส์คลายตัว ในทางตรงกันข้าม เมื่องอแขนกล้ามเนื้อไบเซพส์จะหดตัว ส่วนกล้ามเนื้อไตรเซพส์จะคลายตัว |
มี ผู้ ได้ ศึกษา แรง ดึง ของ กล้าม เนื้อ และ พบ ว่า แรง ดี ของ กล้าม เนื้อ ใน ชาย เฉลี่ย ๖.๓ กิโลกรัม ต่อ พื้น ที่ ภาค ตัด ของ กล้าม เนื้อ ๑ ตา ราง เซนติเมตร ใน หญิง ได้ ค่า ไม่ แตก ต่าง จาก ชาย
แต่ การ ทำ งาน จริงๆ ใน ร่าง กาย นั้น กล้าม เนื้อ ต้อง เสีย เปรียบ อยู่ มาก เช่น ใน การ งอ ข้อ ศอก กล้าม เนื้อไบ เซพส์ ต้อง ดึง กระดูก ที่ อยู่ ห่าง จุด หมุน ถึง ๑๐-๒๐ เท่า นอก จาก นั้น ทิศ ทาง ของ ใย กล้าม เนื้อ ไม่ ได้ อยู่ ใน แนว ของ แรง ดึง อีก ด้วย การ เสีย เปรียบ ดัง กล่าว นี้ ร่าง กาย ต้อง ยอม เพื่อ ประ โยชน์ บาง ประ การ เช่น เพื่อ ลด รูป ร่าง ของ ร่าง กาย ให้ เหมาะ สม และ ดู สวย งาม
กล้ามเนื้อเรียบ
กล้ามเนื้อเรียบมีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ และ คุณสมบัติทางสรีรวิทยาแตกต่างกันเองมาก ไม่เป็นแบบฉบับ เดียวกันเช่นกล้ามเนื้อลาย จึงเป็นการยากที่จะอธิบายสรีรวิทยา ของกล้ามเนื้อเรียบแบบเดียวที่อาจถือเป็นตัวแทนของกล้ามเนื้อ เรียบทั้งหมด อย่างไรก็ดี กล้ามเนื้อเรียบมีลักษณะทั่วไปทาง สรีรวิทยา ซึ่งเหมือนกัน ๓ ประการ คือ
๑) สามารถหดตัวได้ช้า นาน และสิ้นเปลืองพลังงาน น้อย
๒) ประสาทยนต์ที่มาเลี้ยง มาจากระบบประสาท อัตบาล
๓) มีความตึงตัวอยู่เองภายในกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อหัวใจ
กล้ามเนื้อหัวใจเป็นกล้ามเนื้อที่มีลาย แต่ทำงานอยู่นอก อำนาจจิต (involuntary) คล้ายกล้ามเนื้อเรียบ การทำงานรวมกัน เป็นหน่วยเดียวกัน และมีตัวคุมจังหวะ (pacemaker) อยู่บริเวณ ปุ่มไซโน - เอเทรียล หรือปุ่ม เอส - เอ (sino - atrial node, SA node)
แต่
กล้ามเนื้อเรียบ
กล้ามเนื้อเรียบมีลักษณะทางกายวิภาคศาสตร์ และ คุณสมบัติทางสรีรวิทยาแตกต่างกันเองมาก ไม่เป็นแบบฉบับ เดียวกันเช่นกล้ามเนื้อลาย จึงเป็นการยากที่จะอธิบายสรีรวิทยา ของกล้ามเนื้อเรียบแบบเดียวที่อาจถือเป็นตัวแทนของกล้ามเนื้อ เรียบทั้งหมด อย่างไรก็ดี กล้ามเนื้อเรียบมีลักษณะทั่วไปทาง สรีรวิทยา ซึ่งเหมือนกัน ๓ ประการ คือ
๑) สามารถหดตัวได้ช้า นาน และสิ้นเปลืองพลังงาน น้อย
๒) ประสาทยนต์ที่มาเลี้ยง มาจากระบบประสาท อัตบาล
๓) มีความตึงตัวอยู่เองภายในกล้ามเนื้อ
กล้ามเนื้อหัวใจ
กล้ามเนื้อหัวใจเป็นกล้ามเนื้อที่มีลาย แต่ทำงานอยู่นอก อำนาจจิต (involuntary) คล้ายกล้ามเนื้อเรียบ การทำงานรวมกัน เป็นหน่วยเดียวกัน และมีตัวคุมจังหวะ (pacemaker) อยู่บริเวณ ปุ่มไซโน - เอเทรียล หรือปุ่ม เอส - เอ (sino - atrial node, SA node)
อืมม~~บทความนนี้นำไปเป็นความความรู้เสริมได้เลยนะเนี่ย
ตอบลบ